Care

ดูแลม่านให้อยู่นาน และซักยังไงไม่ให้พัง

ม่านเป็นของไม่กี่อย่างในบ้านที่แขวนอยู่เฉย ๆ จนเจ้าของลืมไปว่าต้องดูแล และเป็นของที่ฝุ่นเกาะมากที่สุดชิ้นหนึ่ง เพราะมันคือผ้าผืนใหญ่ที่ตั้งขวางทางลมเข้าบ้านทั้งวัน

ไม่ดูแลแล้วเกิดอะไร

  • ฝุ่นที่เกาะอยู่ไม่ได้อยู่เฉย ๆ เม็ดฝุ่นมีเหลี่ยมคม เวลาม่านขยับ มันเสียดสีกับเส้นใยอยู่ตลอด ผ้าจึงเปื่อยเร็วกว่าที่ควร
  • ห้องที่เปิดแอร์ ความชื้นจากคอยล์เย็นทำให้ฝุ่นจับตัวเป็นคราบ พอเป็นคราบแล้วซักออกยากกว่าฝุ่นแห้งมาก
  • บ้านที่มีคนแพ้ฝุ่นหรือมีเด็กเล็ก ม่านคือจุดสะสมที่มักถูกมองข้าม เพราะไม่มีใครเดินไปจับมันทุกวัน
  • ที่เห็นชัดที่สุดคือสี ผ้าที่ฝุ่นเกาะนาน ๆ จะดูหม่นลงทั้งผืน หลายคนคิดว่าผ้าซีดจากแดด ทั้งที่จริงคือสกปรก

ทำแค่นี้ก็ยืดอายุได้แล้ว

  • ปัดหรือดูดฝุ่นเบา ๆ เดือนละครั้ง ใช้หัวแปรงนุ่มของเครื่องดูดฝุ่น ปรับแรงลมให้เบาที่สุด ไล่จากบนลงล่าง
  • เปิดหน้าต่างให้ลมผ่านบ้าง ห้องที่ปิดสนิทตลอดจะอับ และผ้าจะเก็บกลิ่น
  • เจอคราบให้จัดการทันที ซับด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำหมาด ๆ แตะเบา ๆ อย่าถู เพราะการถูจะดันคราบให้ฝังลึกและทำให้เนื้อผ้าเป็นขุย
  • อย่าให้ชายม่านครูดพื้น ชายที่ครูดจะดำเร็วและเปื่อยก่อนส่วนอื่นเสมอ

แต่ละชนิดดูแลไม่เหมือนกัน

ผ้าม่าน

ถอดซักได้ แต่ต้องรู้ก่อนว่าผ้าที่คุณใช้เป็นผ้าอะไร ผ้าแต่ละชนิดทนน้ำและทนความร้อนไม่เท่ากัน ถ้ายังมีรหัสผ้าอยู่ ทักมาถามก่อนได้ว่าผ้ารุ่นนั้นซักน้ำได้หรือควรซักแห้ง

ดูหน้าผ้าม่าน

ม่านม้วน

ไม่ต้องถอด ปล่อยผ้าลงมาให้สุดแล้วเช็ดด้วยฟองน้ำหรือผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ทีละแถบจากบนลงล่าง แล้วปล่อยค้างไว้ให้แห้งสนิทก่อนม้วนเก็บ ถ้าม้วนทั้งที่ยังชื้นจะเกิดคราบด่างเป็นเส้น

ดูหน้าม่านม้วนไฟฟ้า

มู่ลี่ไม้

ไม้กับน้ำไม่ถูกกัน ใช้ผ้าแห้งหรือถุงมือผ้าปัดทีละใบ ถ้าจำเป็นต้องเช็ดคราบให้บิดผ้าให้แห้งที่สุดแล้วเช็ดตามความยาวใบ อย่าราดน้ำ อย่าฉีดสเปรย์ เพราะไม้จะบวมและบิดถาวร

ดูหน้ามู่ลี่ไม้

ม่านปรับแสง

ถอดใบออกได้ทีละใบ ล้างในน้ำสบู่อ่อน ๆ แล้วแขวนให้แห้งในแนวตั้ง อย่าพับเก็บ เพราะรอยพับบนใบม่านปรับแสงจะไม่หายอีกเลย

ดูหน้าม่านปรับแสง

ฉากกั้นห้อง

ดูแลเหมือนม่านปรับแสง แต่เพิ่มอีกจุดคือรางด้านบน ควรใช้ผ้าแห้งเช็ดฝุ่นในรางเป็นครั้งคราว เพราะฝุ่นที่สะสมในรางทำให้เลื่อนฝืดและมีเสียง

ดูหน้าฉากกั้นห้อง

ถอดม่านพับไปซัก ทำเองได้ ถ้าจำลำดับไว้

ม่านพับเป็นชนิดที่คนกลัวถอดที่สุด เพราะข้างหลังมีทั้งเชือกและเหล็กเส้น จุดสำคัญไม่ใช่การถอด แต่คือการจำว่าตอนถอดมันอยู่ยังไง ก่อนลงมือให้ถ่ายรูปด้านหลังม่านไว้ก่อน 2-3 รูป

  1. ปล่อยม่านลงให้สุด ดึงโซ่จนผ้าคลี่ลงมาเต็มบาน จะได้เห็นเชือกและห่วงด้านหลังทั้งหมด
  2. ถ่ายรูปด้านหลัง ให้เห็นว่าเชือกร้อยผ่านห่วงไหนบ้าง และผูกไว้ตรงไหน
  3. ปลดเชือกที่ห่วงล่างสุด ปกติมี 2-4 จุดตามความกว้างของม่าน
  4. รวบปลายเชือกที่ห้อยจากรางเข้าด้วยกัน แล้วผูกหลวม ๆ ไว้ ขั้นนี้สำคัญที่สุด ถ้าปล่อยไว้เฉย ๆ เชือกจะพันกันจนสางไม่ออก
  5. ดึงผ้าออกจากราง ม่านพับส่วนใหญ่ยึดกับรางด้วยเทปตีนตุ๊กแก ดึงจากมุมหนึ่งไปอีกมุมอย่างช้า ๆ
  6. ถอดเหล็กเส้นออกจากช่องผ้า ด้านหนึ่งของช่องจะเย็บปิดไว้ เลาะด้ายเส้นนั้นออก ดึงเหล็กออก แล้วมัดรวมกันไว้
  7. ติดป้ายกำกับ ถ้ามีหลายบาน เขียนกำกับไว้เลยว่าผืนไหนของหน้าต่างไหน เพราะขนาดต่างกันไม่กี่เซนติเมตรแต่ใส่สลับกันไม่ได้

5 อย่างที่ทำแล้วม่านพังเลย

  • ปั่นแห้งในเครื่อง ความร้อนกับแรงเหวี่ยงทำให้ผ้าหดไม่เท่ากันทั้งผืน ม่านที่หดแล้วสั้นลงแก้ไม่ได้
  • น้ำยาฟอกขาว ทำลายทั้งสีและเส้นใย โดยเฉพาะผ้าที่มีการเคลือบกันแสง
  • รีดร้อนจัดโดยตรง ผ้าม่านหลายชนิดเป็นโพลีเอสเตอร์ซึ่งละลาย ถ้าจำเป็นต้องรีดให้ใช้ไฟต่ำและรองด้วยผ้าบาง
  • ซักรวมกับผ้าที่มีตะขอหรือซิป ตะขอจะเกี่ยวเนื้อผ้าเป็นรอยดึงยาว ๆ ที่ไม่หายอีกเลย
  • ตากแดดจัดตอนเปียก ผ้าเปียกที่โดนแดดแรงจะสีตกไม่เท่ากัน ตากในที่ร่มมีลมผ่านดีที่สุด

แล้วร้านรับล้างหรือซ่อมให้ไหม

ไม่รับครับ ไม่ว่าจะเป็นม่านที่ซื้อจากเราหรือจากที่อื่น เราทำเฉพาะงานสั่งทำและติดตั้งใหม่ แต่ถ้าเป็นอาการที่อยู่ในเงื่อนไขรับประกัน — มอเตอร์ 6 ปี งานติดตั้ง 1 ปี ใบมู่ลี่ไม้ 1 ปี — ทักมาได้ตามปกติ ส่วนตัวผ้าไม่มีการรับประกัน

ม่านเก่าจนไม่คุ้มซักแล้ว

ถ้าผ้าเปื่อยหรือสีหม่นทั้งผืนแล้ว เปลี่ยนผ้าใหม่โดยใช้รางเดิมมักถูกกว่าที่คิด ทักมาบอกขนาดคร่าว ๆ ได้เลย

ทักไลน์